Home » กีฬา » การวิเคราะห์ข้อมูล: ความต้องการทางกายภาพในฟุตบอล

การวิเคราะห์ข้อมูล: ความต้องการทางกายภาพในฟุตบอล

บอลเป็นกีฬาที่มีความต้องการสูงในด้านของสิ่งที่จำเป็นด้านกายภาพ ในระหว่างที่กีฬาอื่นๆชอบมีพลวัตแล้วก็ความเร็วหรือความทรหดอดทนมากยิ่งกว่าเกมบอลนั้นอยากผู้เล่นที่มีความทรหดอดทนที่ดีแล้วก็สามารถเร่งความเร็วได้อย่างเร็ว

ตำแหน่งที่แตกต่างมีความต้องการทางด้านกายภาพที่แตกต่าง สำหรับในการพินิจพิจารณาข้อมูลต่อแต่นี้ไปพวกเราจะใคร่ครวญความจำเป็นทางด้านกายภาพเฉพาะตำแหน่งในบอล เพื่อทำแบบนั้นพวกเราจะใช้สถิติและก็การศึกษาเรียนรู้ที่ไม่เหมือนกันเพื่อหลักฐาน นอกนั้นพวกเรากำลังจะชี้แจงถึงผลพวงของกลยุทธ์ที่มีต่อประเด็นทางด้านกายภาพและก็เหตุผลด้านกายภาพที่มีความหมายอย่างมากในบอล

ลักษณะทางด้านกายภาพ: ความทรหดอดทน
เมื่อเปรียบเทียบกับกีฬาอื่นๆเวลาสำหรับเพื่อการเล่นบอลออกจะนาน ได้ผลสำเร็จให้ความทรหดอดทนมีหน้าที่สำคัญต่อสมรรถนะ แล้วก็แม้การวิ่งจะมีหน้าที่สำคัญ แต่ว่าก็มีเพียงแต่ปริมาณน้อยของระยะทางรวมที่ครอบคลุมของผู้เล่นอะไรก็ตามอ้างอิงจาก Stolen แล้วก็แผนก เช่น (2005) วิ่งเพียงแค่ 1-11% ของระยะทางทั้งปวงที่ครอบคลุมระหว่างเกม

อ้างอิงจาก Broich และก็ภาควิชา (2008) ผู้เล่นบอลชั้นเยี่ยมมีความยาวเฉลี่ย 11,393 เมตรต่อเกม ด้วยเหตุนั้นความทรหดอดทนก็เลยมีความหมายเป็นอย่างมาก ตามที่พวกเรามองเห็นได้จากกราฟิกตั้งแต่นี้ต่อไป (Mallo et al. 2014) ระยะทางทั้งผองที่ครอบคลุมขึ้นกับตำแหน่ง หนึ่งสามารถมองเห็นได้อย่างเห็นได้ชัดว่าผู้เล่นที่กว้างครอบคลุมระยะทางมากยิ่งกว่าผู้เล่นกลาง

เป็นอิสระจากตำแหน่งผู้เล่นทุกคนครอบคลุมระยะทางสูงที่สุดโดยการเดิน รวมทั้งนอกจากด้านหน้าผู้เล่นทุกคนจะครอบคลุมระยะทางต่ำที่สุดด้วยการวิ่ง ด้วยความที่บอลเป็นส่วนมากแอโรบิก เมย์ฮิวและก็เวนเกอร์ (1985) ยังกล่าวอีกว่าบอลเป็นแอโรบิกในธรรมชาติ 88% อย่างไรก็ดีด้วยการวิ่งด้วยความเร็วสูงรวมทั้งการวิ่งบอลทำให้บอลมีความมานะบากบั่นอย่างยิ่งแล้วก็เป็นกีฬาที่ไม่ตลอด

ลักษณะด้านกายภาพ: ก้าว
แม้กระนั้นนอกจากความทรหดอดทนแล้วหนึ่งในด้านมุมด้านกายภาพที่สำคัญที่สุดของบอลก็คือการก้าวเดิน โดยเฉพาะในตอนไม่กี่ปีที่ล่วงเลยไปองค์ประกอบนี้มีความหมายมากขึ้นด้วยเหตุว่าพัฒนาการทางกลอุบายของเกม การใช้แรงงานที่มากขึ้นของผู้กระทำดโต้กลับทำให้เกมเร็วขึ้น ผลปรากฏว่าเป็นการวิ่งในระยะเวลากลุ่มนี้สามารถวินิจฉัยได้ว่าจะชนะบอลหรือโดนจับสำหรับเพื่อการโต้กลับการจู่โจม

ในการศึกษาเรียนรู้ดำเนินงานโดย Gregson et al. (2009) ระยะทางวิ่งความเร็วสูงของผู้เล่นพรีเมียร์ลีกได้รับการวิเคราะห์แล้ว ผลที่แสดงข้างล่างทำให้เห็นว่าด้านหน้าแล้วก็ wingers ครอบคลุมระยะทางสูงที่สุดด้วยการวิ่งด้วยความเร็วสูงและก็ตามด้วยข้างหลังเต็ม ศูนย์ข้างหลังครอบคลุมเมตรต่ำที่สุดด้วยการวิ่งด้วยความเร็วสูง

ดูท่าแนวรับกึ่งกลางไม่มีความจำเป็นต้องวิ่งบ่อยครั้งเท่าผู้เล่นที่กว้างขึ้นเพราะว่าพวกเขาจำต้องวางตำแหน่งที่ถูกตลอดระยะเวลา แต่สิ่งนี้ไม่สมควรส่งผลให้เกิดการคาดการณ์ว่าการก้าวเดินนั้นสำคัญน้อยกว่าสำหรับแนวรับกึ่งกลาง พวกเขาวิ่งน้อยกว่าผู้จู่โจม แม้กระนั้นตอนที่หายากเมื่อศูนย์ข้างหลังจำเป็นต้องวิ่งได้โดยเด็ดขาด

เมื่อพวกเราเอ๋ยถึง sprints ในบอลพวกเขาแตกต่างจาก sprint ของ track runner ถึงแม้ นอกจากสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างระยะทางก็ลดลง อ้างอิงจาก Stolen และก็ภาควิชา (2005) เพียงแค่ 4% ของ sprintsเป็น30 เมตรหรือยาวนานกว่านั้น และก็การศึกษาค้นพบตั้งแต่นี้ต่อไปพิสูจน์อีกทีว่าสิ่งนี้ไม่เหมือนกับตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งหนึ่ง

“ ระยะทางที่มักพบที่สุดที่ครอบคลุมสำหรับการวิ่งที่มีความเข้มสูง (≥19.8 km · h − 1) สำหรับข้างหลังกึ่งกลาง, midfielders กึ่งกลาง, midfielders กึ่งกลาง, midfielders กว้างและก็การส่งต่อกึ่งกลางเป็น 1-5 m แต่ว่าสำหรับ back-fullหมายถึง6-10 m” (Baptista et al. 2018)

นอกเหนือจากนี้สำหรับในการฝึกหัดนั้นมีประเด็นอื่นๆนอกจากความแข็งแกร่งของความเร็วซึ่งส่งผลต่อความเร็วของความประพฤติตัวอย่างเช่นเวลาสนองตอบ เพราะฉะนั้นก็เลยมีคุณประโยชน์สำหรับในการฝึกฝน sprints ในบริบทของเกมเพื่อเปลี่ยนแปลงการโต้ตอบต่อสัญญาที่อะไรบางอย่างในเหตุการณ์ที่แบบเดียวกัน

หน้าที่ของชั้นเชิง
หนึ่งควรจะจดจำไว้ว่าด้านร่างกายและจิตใจเหมือนกันกับวิธีและก็ยุทธวิธีมีการเชื่อมต่อเสมอ ในเวลาที่การบริหารร่างกายน้อยลงบางทีอาจทำให้เกิดการสูญเสียสมาธิกรรมวิธีทางชั้นเชิงบางสิ่งบางอย่างสามารถแปลงความอยากด้านกายภาพสำหรับผู้เล่น

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ Borussia Dortmund ภายใต้Jürgen Klopp ในปี 2013/14 นั้นเป็นด้านที่มีผู้คนวิ่งสูงที่สุดในบุนเดสลีกา ด้วย 7,973 sprints พวกเขาขั้นตอนแรกในด้านของปริมาณ sprints ทั้งปวงใน Bundesliga ฤดูกาล 2013/14 ตาม Statista Klopp มีชื่อเสียงกันดีในเรื่องแบบการเล่นที่เข้มข้นของเขารวมทั้งเคล็ดลับดังเช่นว่า “Gegenpressing” ซึ่งอยากได้การวิ่งจำนวนหลายชิ้น เมื่อเปรียบเทียบกับแชมป์เปี้ยนบาเยิร์นมิวนิคก็อยู่ในชั้นที่ 7 ด้วยปริมาณ 7,263 ครั้งในแคมเปญบุนเดสลีกา 2013/14 นี่อาจจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะพวกเขาอยู่ในความถือครอง ตาม WhoScored พวกเขาเฉลี่ยครองที่น่าประทับใจ 66.2% ซึ่งมีความหมายว่าพวกเขาจึงควรไล่ล่าน้อยกว่าภายหลังที่ลูก

แม้กระทั้งการก่อตัวบางทีอาจมีผลเสียต่อระยะทางสำหรับการวิ่ง การเรียนจากกางรดลีย์และก็ภาควิชา ในปี 2554 พบว่ากลุ่มที่เล่นในแบบ 4-5-1 นั้นมีความเข้มข้นสูงมากมาย